ปิดตำนาน‘ชูล่า’ ยอดโค้ชอเมริกันฟุตบอลNFLวงการกีฬาโลกเศร้าสลด ยอดโค้ชแห่งตำนานของศึกอเมริกัน ฟุตบอล NFL “ดอน ชูล่า” เสียชีวิตลงแล้วตามเวลาไทยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รวมอายุได้90 ปี ทำสถิติไร้เทียมทานเอาไว้นั่นคือ “แชมป์ไร้พ่าย”หนึ่งเดียวของวงการ

ยอดโค้ชของ “โลมามหาภัย” ไมอามี่ ดอลฟินส์ จากไปอย่างสงบที่บ้านพักของตัวเอง และไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต โดยแถลงการณ์จากทีม

ดอลฟินส์ ระบุว่าดอน ชูล่า คือผู้ยิ่งใหญ่ของ ไมอามี่ ดอลฟินส์ ตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษ เขาคือผู้นำชัยชนะมาสู่แฟรนไชส์ของเรา ทำให้ ดอลฟินส์ และเมืองไมอามี่

โดดเด่นในวงการกีฬา เราขอส่งคำปรารถนาดีถึง แมรี่ แอน ภรรยาของดอนรวมถึง เดฟ ดอนนา, ชารอน, แอนน์ และ ไมค์ลูกๆ ของดอน”

ภายหลังจากการมีข่าวนี้ออกมา ทั่วโลกวงการกีฬา ไม่เฉพาะแต่อเมริกันฟุตบอลอย่างเดียวเท่านั้น คนในวงการกีฬามากมาย

ต่างออกมาเขียนข้อความผ่านทางโลกโซเชียลทุกช่องทาง เพื่อสดุดีและระลึกถึงยอดโค้ชผู้นี้ รู้จัก “ดอน ชูล่า” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเอ็นเอฟแอล“Legendary” คำนี้ไม่ได้มาแบบโชคช่วย

ดอน ชูล่า เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 1930 ที่แกรนด์ริเวอร์ ในโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เขาถูกดราฟท์ในรอบที่ 9 ในฐานะนักกีฬา เมื่อปี 1951 ร่วมกับ คลีฟแลนด์ บราวน์ส ก่อนจะอยู่กับ บัลติมอร์ โคลท์ส และวอชิงตัน เรดสกินส์

เริ่มจับงานโค้ชที่ เวอร์จิเนีย ในตำแหน่งโค้ชดีเฟนซีฟ แบ๊คส์ ในปี 1958 ก่อนที่ปีรุ่งขึ้นจะไปอยู่ที่ เคนตักกี้ และในปี 1960 เข้ามาทำงานในเอ็นเอฟแอล กับ ดีทรอยต์ ไลออนส์จนถึงปี 1963 ได้มาเป็นเฮดโค้ชของ บัลติมอร์ โคลท์ส

ชูล่า ใช้สไตล์เกมรับที่ตัวเองถนัดขันนอตทีมได้อย่างน่าสนใจ และในปี 1970 ก็มารับงานที่ ไมอามี่ ดอลฟินส์และอยู่กับทีมยาวนานถึง 25 ปี

ผงาดแชมป์ซูเปอร์โบว์ล2 สมัย และพาทีมเข้าชิงได้ถึง 3 ปีติดต่อกันในตอนนั้นก็คือซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 6, 7 และ 8 หรือในซีซั่น 1971, 1972 และ 1973 ที่สำคัญก็คือได้ชิงมากถึง 6 สมัย กับ บัลติมอร์ โคลท์ส 1 สมัย และไมอามี่ ดอลฟินส์ 5 สมัย

เขาถูกยกย่องให้เป็นเฮดโค้ชที่ดีที่สุดตลอดกาลของ NFL อีกด้วย และเป็นเจ้าของสถิติพาทีมชนะมากที่สุดตลอดกาลของ NFL 347 เกม ในฤดูกาลปกติ 329 และเพลย์ออฟ 18 เกม

ตำนาน “Perfect season” ที่โลกไม่มีวันลืมชูล่า คือยอดโค้ช ที่ทำสถิติชนะมากที่สุดในลีก นั่นคือ347 เกมแต่ที่โลกจดจำก็คือ การเป็นแชมป์ไร้พ่ายตลอดทั้งฤดูกาล เพียงทีมเดียวเท่านั้น ซึ่ง ชูล่า ปั้นมันขึ้นมาในปี 1972 ด้วยการชนะในฤดูกาลปกติ 14 เกมรวด

เสียแค่ 171 คะแนนเท่านั้น ก่อนจะไปเฮในเพลย์ออฟอีก 3 เกม ทำให้ปีนั้น ดอลฟินส์ เป็นแชมป์ซูเปอร์โบว์ล สมัยแรก และเป็นแชมป์ที่ไม่รู้จักคำว่าแพ้

ในซีซั่น 1971 ความพ่ายแพ้ต่อ ดัลลัส คาวบอยส์ยับเยิน 3-24 ในนัดชิงซูเปอร์โบว์ล ที่หลุยเซียน่า แต่ชูล่า พาทีมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อเดินหน้าชนะทุกทีมในซีซั่น 1972

ก่อนที่จะเข้าชิงชนะเลิศ พบกับ วอชิงตัน เรดสกินส์ และกำชัยไปได้ 14-7 คะแนน

ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 7 ที่แคลิฟอร์เนีย นับเป็น“third time lucky” ของ ชูล่า เมื่อพาทีมเข้าชิงชนะเลิศเขามี บ็อบ กรีซี่ เป็นควอเตอร์แบ๊ก และมี

แลร์รี่ ซองก้าคอยกระทุ้งในภาคพื้นดิน สำคัญที่สุดก็คือฟอร์มของเจ๊ค สก็อตต์ เซฟตี้จากเซาท์ แคโรไลนา ที่คว้าเอ็มวีพีมาครอง ทำให้ทีมชนะด้วยสไตล์ของตัวเอง

ในซีซั่นต่อมา ชูล่า พาทีมป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ด้วยการปราบ มินเนโซตา ไวกิ้งส์ 24-7 ที่เท็กซัส เป็นแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน

ชูล่า พาทีมเข้าซูเปอร์โบว์ลครั้งสุดท้าย เมื่อซีซั่น 1984 ในยุคที่ แดน มารีโน่ เป็นควอเตอร์แบ๊ก แต่แพ้ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ยุคของ บิลล์ วอลช์ เป็นโค้ช และจอมทัพคือ “โกลเด้นโจ” โจ มอนทาน่า

เป็นจอมทัพ 16-38 คะแนน ซึ่งเกมนั้นเป็นเกมแรกที่ยิงสดผ่านช่อง ABC โดยที่ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ร่วมชม ก่อนจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 ในวันเดียวกันนั้น ก็คือ 20 มกราคม 1985

สดุดีราชันแห่งเฮดโค้ชที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลชูล่า เป็นผู้ฝึกสอนที่ปั้นจอมทัพมากมายขึ้นเป็นชั้นแนวหน้าของประเทศ และได้เข้าถึงซูเปอร์โบว์ลในยุคของเขา ก็คือ จอนนี่ ยูไนตาส, เอิร์ล มอร์รอลล์, บ็อบ กรีซี่,เดวิด วูดลี่ย์ และแดน มารีโน่

เขาได้รับเกียรติตั้งชื่อสนามว่า “The Don Shula Stadium” ที่มหาวิทยาลัยจอห์น แคร์โรลล์ และชื่อทางด่วน “The Don Shula Expressway” ในไมอามี่